TOEIC TOEFL IELTS คืออะไร

TOEIC TOEFL IELTS คืออะไร สำคัญต่อการทำงานอย่างไร?

เชื่อว่าหลายๆคนที่กำลังหางานทำ จะเห็นผ่านๆตาในการรับสมัครงานที่มีข้อกำหนดต้องมีผล TOEIC TOEFL IELTS ประกอบในการสมัครงานด้วย ทั้ง TOEIC, TOEFL และ IELTS ต่างก็เป็นการสอบวัดระดับคะแนนภาษาอังกฤษที่สำคัญ แต่จะมีการใช้และรายละเอียดการสอบที่ต่างกัน แล้ว TOEIC TOEFL IELTS คืออะไร สำคัญต่อการทำงานมากน้อยแค่ไหน มาดูข้อมูลกันเลย

TOEIC คืออะไร?

TOEIC (โทอิค) คือการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่ใช้ในการสมัครงาน ซึ่งนิยมใช้ในหลายประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก อย่างเช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงไทยเราด้วย

ข้อสอบ TOEIC จะมีทั้งหมด 200 ข้อ แบ่งเป็นพาร์ทการฟัง 100 ข้อ (มีเทปเปิดให้ฟัง) และพาร์ทการอ่าน 100 ข้อ โดยที่ข้อสอบทุกข้อจะเป็นแบบปรนัย (ข้อสอบแบบมีตัวเลือก) ผลสอบ TOEIC ที่ได้จะอยู่ในช่วง 10-990 คะแนน ซึ่งจะประกอบไปด้วยพาร์ทการฟังและการอ่าน โดยแต่ละพาร์ทจะมีช่วงคะแนนอยู่ในช่วง 5-495 คะแนน

การสอบ TOEIC จริงๆ แล้วมี 2 แบบ คือการฟังการอ่าน (TOEIC Listening and Reading Test) และการพูดการเขียน (TOEIC Speaking and Writing Test) แต่ที่นิยมสอบและใช้กันจะมีแค่แบบการฟังการอ่านเท่านั้น

TOEFL คืออะไร?

TOEFL (โทเฟิล) คือการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่ใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในระบบสหรัฐอเมริกา ใครที่อยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาก็ควรจะเน้นสอบ TOEFL เป็นหลัก

(ในช่วงหลังๆ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในระบบอังกฤษต่างก็ยอมรับผลสอบ TOEFL กันมากขึ้น แต่ถ้าจะให้ชัวร์ เราก็ควรเช็คก่อน ว่าหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่เราอยากเข้านั้นรับคะแนนสอบภาษาอังกฤษอะไรบ้าง)

ข้อสอบ TOEFL จะวัดทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้าน ซึ่งก็คือการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน โดยที่ตัวข้อสอบจะมีทั้งส่วนที่เป็นปรนัย (ข้อสอบแบบมีตัวเลือก) ส่วนที่ให้เขียน และส่วนที่ให้พูด

ผลสอบ TOEFL ที่ได้จะอยู่ในช่วง 0-120 คะแนน โดยที่แต่ละพาร์ท (ฟัง พูด อ่าน เขียน) จะมีคะแนนอยู่ในช่วง 0-30 คะแนน

การสอบ TOEFL จริงๆ แล้วมีหลายแบบ ได้แก่ TOEFL PBT, TOEFL iBT, TOEFL ITP แต่ที่นิยมสอบกัน และใช้ในการเรียนต่อจะเป็น TOEFL iBT ซึ่งย่อมาจาก TOEFL Internet-Based Test

IELTS คืออะไร?

IELTS (ไอเอลส์) คือการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่ใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในระบบอังกฤษ ใครที่อยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย หรือประเทศอื่นๆ ในยุโรป ก็ควรจะเน้นสอบ IELTS เป็นหลัก

(ในช่วงหลังๆ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในระบบสหรัฐอเมริกาต่างก็ยอมรับผลสอบIELTS กันมากขึ้น แต่ถ้าจะให้ชัวร์ เราก็ควรเช็คก่อน ว่าหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่เราอยากเข้านั้นรับคะแนนสอบภาษาอังกฤษอะไรบ้าง) 

ข้อสอบ IELTS จะวัดทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้าน ซึ่งก็คือการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน โดยที่ตัวข้อสอบจะมีทั้งส่วนที่เป็นปรนัย (ข้อสอบแบบมีตัวเลือก) ส่วนที่ให้เขียน และส่วนที่ให้พูด

ผลสอบ IELTS ที่ได้จะอยู่ในช่วง 0-9 คะแนน ทั้งคะแนนแต่ละพาร์ท (ฟัง พูด อ่าน เขียน) และคะแนนเฉลี่ยรวม โดยที่ตัวคะแนนจะเป็นเลขกลม หรือเลข .5 เท่านั้น เช่น 5.5, 6.0, 6.5, 7.0

TOEIC TOEFL IELTS มีสำคัญต่อการทำงานอย่างไร

แน่นอนว่าการทดสอบทั้ง 3 แบบนั้นเป็นการทดสอบทางด้านภาษา ฉะนั้นจึงมีความสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจทำงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาไม่ว่าจะเป็นงานการบิน งานโรงแรม งานท่องเที่ยว การทำงานในบริษัทข้ามชาติ ที่ต้องสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ผลสอบเหล่านี้จะช่วยยืนยันว่าคุณมีความสามารถในการใช้ภาษา เมื่อคุณยื่นผลการสอบประกอบการสมัครงานก็จะช่วยให้เรซูเม่ของคุณน่าสนใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผลการสอบวัดระดับภาษายังช่วยปรับเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง หรือช่วยให้คุณมีโอกาสได้ไปสัมนาต่างประเทศในนามบริษัท (กรณีที่บริษัทสนับสนุน) อีกด้วย

          ทั้งนี้เกณฑ์มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ หรือคะแนนที่ถือว่าผ่านนั่นเอง ส่วนใหญ่ทั้งในการศึกษาต่อและในการทำงานจะมีเกณฑ์ประมาณนี้

           คะแนน TOEIC ที่ถือว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานคือ = โดยปกติไม่ได้มีหลักเกณฑ์ตายตัวว่าจะต้องได้กี่คะแนนแต่งานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทเอกชนบางแห่งจะตั้งเกณฑ์ไว้ตั้งแต่ 450 / 550 / 650 ซึ่งต้องดูกฎเกณฑ์ของแต่ละที่ประกอบ

          คะแนน TOEFL ที่ถือว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานคือ = ส่วนใหญ่ตามสถาบันการศึกษาหรือบริษัทเอกชนต่าง ๆ จะกำหนดว่าต้องได้คะแนนประมาณ 79/120 (แบบใหม่) หรือ 550/677 (แบบเก่า)

          คะแนน IELTS ที่ถือว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานคือ = ด้วยความที่IELTS แบ่งเป็น 9 ระดับซึ่งระดับที่ถือว่าใช้ได้ ผ่านเกณฑ์คือ 5.5 หรือ 6.5 ขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับสถานศึกษาหรือแต่ละบริษัท)

           เพราะฉะนั้นถ้าหากคุณมีความสนใจในการทำงานร่วมกับบริษัทต่างชาติ ต้องการปรับเลื่อนเงินเดือน หรือต้องการสร้างความน่าเชื่อถือทางภาษาก็สามารถไปสมัครทดสอบความสามารถทางภาษาได้ค่ะ แต่ส่วนใหญ่แล้วผลการสอบจะสามารถใช้ได้ภายใน 2 ปีเท่านั้นหากเกินกว่านั้นและคุณจำเป็นต้องสอบอีกครั้ง


GIMME ENG

เทคนิคที่ใช่จะช่วยนักเรียนบรรลุตามเป้าหมาย
ของทั้งคะแนนและมหาวิทยาลัย

แค่แอดไลน์ @gimme_eng มาวางแผนกัน

CONTACT

Phone: 089-201-1985Email: admin@gimme-eng.com

ดู Review ที่นี่

Facebook Comments Box

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *