IELTS_GEN_01_IELTS คืออะไร ทำไมต้องสอบ_REV01

IELTS คืออะไร

IELTS คืออะไร

IELTS (The International English Language Testing System) คือ ระบบการทดสอบภาษาอังกฤษที่ได้รับการพัฒนาและออกแบบมาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาจากประเทศออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้วัดทักษะทางด้านภาษาอังกฤษของผู้สอบ ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ทักษะการ ฟัง, พูด, อ่าน และเขียน โดยหลังจากรับการทดสอบ ผู้สอบจะได้รับการประเมินทักษะในระดับคะแนน โดยเริ่มต้นที่ 1 คะแนน และสูงสุดที่ 9 คะแนน

ทำไมถึงต้องสอบ IELTS?

การสอบ IELTS นั้น นอกจากจะเป็นการสอบเพื่อวัดผลทักษะภาษาอังกฤษของผู้สอบแล้ว ประโยชน์ที่แท้จริงของ IELTS คือ การที่ผู้สอบสามารถนำผลสอบที่ได้รับ ไปใช้ในการเรียนต่อ ทำงาน หรือย้ายถิ่นฐาน ไปยังประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

โดยที่ปัจจุบัน มีบริษัทชั้นนำระดับโลก โรงเรียน มหาวิทยาลัย มากกว่า 11,000 แห่งทั่วโลก รวมถึงสถาบันอีกกว่า 3,400 แห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สามารถใช้ผลสอบ IELTS ในการยื่นสมัครเข้าไปได้

IELTS มีการสอบกี่ประเภท? แล้วแต่ละประเภทต่างกันยังไง?

การสอบ IELTS แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ IELTS Academic (AC) และ IELTS General Training (GT) ซึ่งการสอบในแต่ละประเภท จะมีวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ และรายละเอียดในการสอบที่แตกต่างกัน

ในแต่ละปี มีนักเรียนจำนวนมากกว่า 5.3 ล้านคนจากทั่วโลกที่เดินทางออกจากบ้านเกิดเพื่อไปศึกษาต่อในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นการเปิดโอกาสอย่างมหาศาลให้กับตัวเอง โดยการที่จะสมัครเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักนั้น จำเป็นจะต้องมีผลสอบที่ได้จากการทดสอบ IELTS Academic (AC) หรือ IELTS เพื่อการศึกษา ซึ่งผู้สอบสามารถเลือกเข้ารับการทดสอบได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ paper, computer และ online ซึ่งข้อสอบของ IELTS Academic (AC)  จะมีความยากมากกว่าแบบ General Training (GT) โดยที่คำศัพท์หรือเนื้อหาที่จะสอบส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับด้านความรู้และวิชาการ

เป็นที่ยอมรับกันอย่างชัดเจนว่า การได้ทำงานกับบริษัทชั้นนำระดับโลกนั้น จะมอบโอกาส ผลตอบแทนและสวัสดิการที่ดีมากกว่าบริษัทระดับท้องถิ่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเป็นอย่างมาก และการที่จะเข้าทำงานในบริษัทเหล่านี้ได้ ส่วนมากแล้วเกณฑ์การรับสมัครมักจะรับผู้สมัครที่มีผลสอบ IELTS General Training (GT) มากกว่า 6 คะแนนขึ้นไป ซึ่งผู้สอบสามารถเลือกเข้ารับการทดสอบได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ paper และ computer  ซึ่งข้อสอบของ IELTS General Training (GT) จะมีความยากและความซับซ้อน ที่น้อยกว่าแบบ Academic (AC) โดยเนื้อหาที่จะสอบ จะมุ่งเน้นไปที่ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน หรือสถานการณ์ที่สามารถเจอได้โดยทั่วไป

สรุป

IELTS Academic (AC) จะเหมาะสำหรับผู้สอบที่ต้องการผลสอบเพื่อไปสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก หรือบางคณะที่ใช้ภาษาอังกฤษสำหรับการเรียนการสอนเป็นหลักในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ก็ต้องการผลสอบประเภท AC เช่นกัน

IELTS General Training (GT) จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการยื่นสมัครงานในบริษัทชั้นนำต่างๆ ในหลากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักเช่นกัน

ค้นหารายชื่อมหาวิทยาลัย หรือองค์กรชั้นนำในโลกที่ยอมรับผล IELTS ที่นี่

https://www.ielts.org/about-ielts/who-accepts-ielts-scores

IELTS มีการทดสอบกี่วิธี แล้วจะเลือกยังไงดี?

IELTS มีรูปแบบการทดสอบหลักที่แตกต่างกันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สอบ โดยปัจจุบัน IELTS มีรูปแบบการทดสอบ 3 รูปแบบ ได้แก่ paper, computer และ online ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีลักษณะเฉพาะที่ต่างกัน แต่เนื้อหาและเกณฑ์การให้คะแนนจะเหมือนกันในทุกรูปแบบ

IELTS on paper

ข้อสอบ IELTS แบบกระดาษเป็นรูปแบบดั้งเดิมที่ใช้กันมานานหลายปี โดยจะมีกระดาษสำหรับคำถาม และคำตอบให้ เพื่อทำการทดสอบในส่วนของการฟัง อ่าน และเขียน โดยผู้เข้าสอบจะต้องนำอุปกรณ์เครื่องเขียน (ปากกา, ดินสอ, น้ำยาลบคำผิด, ยางลบ) เข้าไปสำหรับทำแบบทดสอบด้วยตนเอง ส่วนการทดสอบ การพูด จะเป็นการทดสอบกับผู้คุมสอบอย่างเป็นทางการ และทั้งหมดจะดำเนินการทดสอบที่ สถานที่สอบอย่างเป็นทางการของ IELTS และผลสอบที่ได้รับจะมาในรูปแบบ กระดาษ

IELTS on computer

ผู้เข้าสอบจะได้ทำการทดสอบในส่วนของการฟัง อ่าน และเขียน บนคอมพิวเตอร์ ส่วนการทดสอบ การพูด จะเป็นการทดสอบกับผู้คุมสอบอย่างเป็นทางการ และทั้งหมดจะดำเนินการทดสอบที่ สถานที่สอบอย่างเป็นทางการของ IELTS และผลสอบที่ได้รับจะมาในรูปแบบ กระดาษ

IELTS online

ผู้เข้าสอบสามารถทำการทดสอบ IELTS จากที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีอินเตอร์เน็ต และอุปกรณ์ที่รองรับระบบ windows หรือ macOS รวมถึงมี กล้อง ไมโครโฟน และลำโพง ที่สามารถใช้งานได้สมบูรณ์ โดยการทดสอบทั้งหมดจะดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ การสอบพูดจะเป็นการพูดคุยออนไลน์กับผู้คุมสอบอย่างเป็นทางการของ IELTS และผลสอบที่ได้รับจะมาในรูปแบบ ดิจิตอลเท่านั้น

*** ผลสอบ IELTS online ยังไม่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกสถาบันหรือหน่วยงาน ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกการทดสอบรูปแบบนี้ ผู้สอบควรจะตรวจสอบกับสถาบันหรือหน่วยงานที่คุณต้องการสมัครให้แน่ใจเสียก่อนว่า สถาบันหรือหน่วยงานนั้น ยอมรับผล IELTS online

รายละเอียดการสอบ IELTS

ข้อสอบ IELTS จะมีการทดสอบทักษะทั้ง 4 ได้แก่ ทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน สำหรับ Academic (AC) และ General Training (GT) การทดสอบด้านการฟัง และการพูด จะเหมือนกัน แต่จะต่างกันที่ทักษะการอ่าน และการเขียน ซึ่งผู้สอบจำเป็นจะต้องเข้าใจในจุดนี้ เพื่อที่จะได้เตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง

IELTS Listening (ข้อสอบด้านการฟัง)

มีเวลาให้ 30 นาทีในการฟังบทสนทนา และ 10 นาทีสำหรับตอบคำถาม โดยจะแบ่งบทสนทนาเป็น 4 ชุด จะมีคำถามชุดละ 10 ข้อ รวมคำถาม 40 ข้อ

บทสนทนาชุดที่ 1 – บทสนทนาของคน 2 คนที่พูดคุยกันเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน

บทสนทนาชุดที่ 2 – บทพูดคนเดียว เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เช่น การพูดถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในละแวกบ้าน

บทสนทนาชุดที่ 3 – บทสนทนาแบบกลุ่มพูดคุยด้านการศึกษาหรือการฝึกอบรม เช่น ติวเตอร์คุยกับกลุ่มนักเรียน

บทสนทนาชุดที่ 4 – บทพูดคนเดียวเชิงวิชาการ เช่น การบรรยายในมหาวิทยาลัย

หมายเหตุ

สำเนียงของบทสนทนาจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสถาบันที่ผู้สอบเลือก โดยที่ หากเลือกสอบกับ British Council สำเนียงในการสอบจะเป็นแบบ British และสำเนียงจะเป็นแบบ Australian เมื่อเลือกสอบกับ IDP

IELTS Reading (ข้อสอบด้านการอ่าน)

มีเวลาให้ 60 นาที คำถาม 40 ข้อ และมีความแตกต่างกันระหว่าง Academic (AC) และ General Training (GT)

Academic (AC)จะเป็นบทความยาว 3 บทความซึ่งมีตั้งแต่เชิงพรรณนาและข้อเท็จจริงไปจนถึงเชิงอภิปรายและเชิงวิเคราะห์โดยจะคัดเลือกมาจากหนังสือวารสารนิตยสารและหนังสือพิมพ์

General Training (GT)ข้อสอบจะแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นเรื่องสั้นประมาณ 2-3 บทความ ส่วนที่สองเป็นเรื่องสั้น 2 บทความ และส่วนสุดท้ายเป็นบทความยาว 1 บทความ โดยบทความหรือข้อความทั้งหมดจะถูกนำมาจากหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ประกาศ โฆษณา คู่มือบริษัท และแนวปฏิบัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่มักจะพบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน

IELTS Writing (ข้อสอบด้านการเขียน)

มีเวลาให้ 60 นาที ในการเขียนบทความ 2 บทความ และมีความแตกต่างกันระหว่าง Academic (AC) และ General Training (GT)

บทความที่ 1

Academic (AC) ผู้สอบจะได้รับข้อมูลในรูปแบบของ กราฟ ตาราง แผนภูมิ หรือแผนภาพ และให้เขียนบรรยาย อธิบายข้อมูล อธิบายขั้นตอนของกระบวนการ หรือสรุปข้อมูล ที่ได้รับด้วยภาษาทางการ โดยจะต้องเขียนไม่ต่ำกว่า 150 คำ ภายในเวลา 20 นาที

General Training (GT)ผู้สอบจะได้รับข้อมูลของสถานการณ์ที่กำหนดให้ และต้องเขียนจดหมายเพื่อขอข้อมูลหรืออธิบายสถานการณ์ ซึ่งสามารถเขียนจดหมายได้ทั้งแบบส่วนตัว กึ่งทางการ หรือเป็นทางการ โดยจะต้องเขียนไม่ต่ำกว่า 150 คำ ภายในเวลา 20 นาที

บทความที่ 2

Academic (AC) ผู้สอบจะต้องเขียนบทความเพื่อเสนอความคิดเห็น มุมมอง ข้อโต้แย้ง ด้วยภาษาทางการ โดยจะต้องเขียนไม่ต่ำกว่า 250 คำ ภายในเวลา 40 นาที

General Training (GT)ผู้สอบจะต้องเขียนบทความเพื่อเสนอความคิดเห็น มุมมอง ข้อโต้แย้ง สามารถใช้ภาษาที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวได้ โดยจะต้องเขียนไม่ต่ำกว่า 250 คำ ภายในเวลา 40 นาที

IELTS Speaking (ข้อสอบด้านการพูด)

ในส่วนนี้จะใช้เวลาประมาณ 11-14 นาที และการสอบในส่วนนี้จะมีความเหมือนกันทั้ง Academic (AC) และ General Training (GT) โดยจะแบ่งการสอบออกเป็น 3 Parts ดังนี้

Part 1 – Introduction and interview

Part นี้จะใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที โดยผู้คุมสอบจะถามคำถามทั่วไปเกี่ยวกับตัวผู้เข้าสอบและหัวข้อที่คุ้นเคย เช่น บ้าน ครอบครัว การทำงาน การเรียน และความสนใจ

Part 2 – Long turn

ผู้เข้าสอบจะได้รับบัตรคำถามจากผู้คุมสอบเกี่ยวกับหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง หลังจากนั้นจะมีเวลาเตรียมตัวพูดในหัวข้อที่ได้รับ 1 นาที และให้พูดบรรยายหัวข้อที่ได้รับ และตอบคำถามจากผู้คุมสอบ Part นี้ใช้เวลาอีก 1-2 นาที

Part 3 – Discussion

ผู้เข้าสอบจะถูกตั้งคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อในส่วนที่ 2 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสอบได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้คุมสอบได้มากขึ้น โดย Part นี้จะใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที

2306_12_ORI_01

ศัพท์แสลง สไตล์ผู้ดีอังกฤษ

ศัพท์แสลง สไตล์ผู้ดีอังกฤษ

Bloke – ผู้ชาย
Ex.
I saw this bloke at the gym last night.
เมื่อคืนฉันเห็นผู้ชายคนที่นี้ยิมด้วยแหละ

Chuffed – มีความสุข
Ex.
I was chuffed when I got an A on my exam.
ฉันดีใจมากที่สอบได้เกรด A

Gobsmacked – ตกใจ, ประหลาดใจ
Ex.
I was gobsmacked when I heard the news.
ฉันรู้สึกตกใจตอนที่ได้ยินข่าว

Knackered – หมดแรง, เหนื่อย
Ex.
I’m absolutely knackered after working a 12-hour shift.
ฉันหมดแรงจริงๆ หลังจากทำงานกะ 12 ชั่วโมง

Sod off – ไปให้พ้น, ไสหัวไป
Ex.
When the stranger invaded my personal space, I quickly told them to sod off.
เมื่อคนแปลกหน้ารุกล้ำความเป็นส่วนตัวของฉัน ฉันจึงบอกพวกเขาว่า ไปให้พ้น

2306_11_ORI_01

ดูโปรง่ายๆ แค่เลิกใช้ very

ดูโปรง่ายๆ แค่เลิกใช้ very

Very hot – Today is very hot.
Sweltering – Today is sweltering.
วันนี้ร้อนสุดๆไปเลย

Very fast – He’s driving very fast.
Expeditiously – He’s driving expeditiously.
เขาขับรถเร็วมาก

Very risky – His action is very risky.
Perilous – His action is perilous.
การกระทำของเขามันเสี่ยงมาก

Very shiny – The diamond is very shiny.
Gleaming – The diamond is gleaming.
เพชรเม็ดนี้เปล่งประกายมาก

Very shy – She’s very shy.
Timid – She’s timid.
เธอขี้อายมาก

2306_10_ORI_01

Confusing words – คำที่คล้ายกันชวนให้สับสน

Confusing words – คำที่คล้ายกันชวนให้สับสน

Dessert – ของหวาน
Desert – ทะเลทราย
Ex.
The hot desert sun made me crave a cool dessert.
แดดร้อนๆกลางทะเลทราย ทำให้ฉันอยากได้ของหวานเย็นๆจัง

Plane – เครื่องบิน
Plain – ราบเรียบ
Ex.
The plain terrain made it easy for the plane to touch down smoothly.
ภูมิประเทศที่ราบเรียบทำให้เครื่องบินลงจอดได้อย่างราบรื่น

Principle – หลักการ
Principal – ครูใหญ่, หัวหน้า
Ex.
The principal of the school emphasized the importance of upholding ethical principles.
ผู้อำนวยการโรงเรียนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยึดถือหลักจริยธรรม

Lose – แพ้, สูญเสีย
Loose – หลวม, หย่อน
Ex.
Don’t let your hair tie get loose, or you might lose it during your run.
อย่าปล่อยให้ยางมัดผมหลวมล่ะ ไม่งั้นมันจะหลุดหายไปตอนวิ่งนะ

Advice – คำแนะนำ
Advise – แนะนำ, ตักเตือน
Ex.
She sought his advice on a personal matter, and he was quick to advise her.
เธอขอคำแนะนำจากเขาในเรื่องส่วนตัวและเขาก็แนะนำเธออย่างรวดเร็ว

2306_09_ORI_01

5 cute words – 5 คำศัพท์สุดคิ้วท์ ลองเอาไปใช้กันดูน้า

5 cute words
5 คำศัพท์สุดคิ้วท์ ลองเอาไปใช้กันดูน้า

Fiddle-footed (adjective) – อยู่ไม่สุข, เคลื่อนไหวตลอดเวลา
Ex.

  • Tar couldn’t sit still during the meeting. He was fiddle-footed, constantly shifting in his chair.
  • ต้าไม่สามารถนั่งเฉยๆระหว่างการประชุมได้เขาอยู่ไม่สุขและขยับเก้าอี้ไปมาตลอด

Palsy-walsy (adjective) – เป็นมิตรหรือทำตัวสนิทสนมมากเกินไป
Ex.

  • His new boss tried to be palsy-walsy with him on his first day, but he preferred a more professional relationship.
  • เจ้านายใหม่ของเขาพยายามที่จะสนิทสนมกับเขาในการทำงานวันแรก แต่เขาชอบความสัมพันธ์แบบมืออาชีพมากกว่า

Heebie-jeebies (noun) – ความกลัวหรือความกังวลใจ
Ex.

  • The sudden appearance of a spider on my arm gave me the heebie-jeebies, and I shrieked in fright.
  • การปรากฎตัวของแมงมุมบนแขนของฉันอย่างกระทันหันทำให้ฉันกลัวมาก และฉันก็ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ

Amour-propre (noun) – การเห็นคุณค่าหรือเคารพในตัวเอง
Ex.

  • Despite facing criticism, she maintained her amour-propre and didn’t let it affect her confidence.
  • แม้จะเผชิญกับคำวิจารณ์ แต่เธอก็ยังคงเคารพในตัวเองและไม่ปล่อยให้มันส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของเธอ

Hotsy-totsy (adjective) – ยอดเยี่ยม, มีสไตล์, สมบูรณ์แบบ
Ex.

  • She dressed up in a hotsy-totsy outfit for the party and received many compliments.
  • เธอแต่งตัวในชุดที่ดูสมบูรณ์แบบสำหรับงานปาร์ตี้และได้รับคำชมมากมาย
2306_08_ORI_01

5 สิ่งที่ควรจดจำ เพื่อเป็นตัวเราใน version ที่ดีที่สุด

5 สิ่งที่ควรจดจำ เพื่อเป็นตัวเราใน version ที่ดีที่สุด

Number 1
Pain makes you stronger.
ความเจ็บปวด ทำให้คุณเข้มแข็งขึ้น

Number 2
Fear makes you braver.
ความกลัว ทำให้คุณกล้าหาญขึ้น

Number 3
Heartbreak makes you wiser.
อกหัก ทำให้คุณมีสติมากขึ้น

Number 4
Past experience makes you smarter.
ประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้คุณฉลาดขึ้น

Number 5
Rejection makes you emotionally stronger.
การถูกปฏิเสธ ทำให้คุณมีความแข็งแกร่งด้านอารมณ์ที่มากขึ้น

2306_07_ORI_01

ประโยคไหนใช้แทน “You are welcome” ได้บ้าง

ประโยคไหนใช้แทน “You are welcome” ได้บ้าง

  • My pleasure.
    ด้วยความยินดี
  • No problem.
    ไม่มีปัญหา
  • I’m glad to help.
    ยินดีที่ได้ช่วยเหลือ
  • It was nothing.
    ไม่เห็นเป็นไรเลย
  • Don’t mention it.
    ไม่เป็นไร
2306_06_ORI_01

ศัพท์แสลง ที่ฝรั่งใช้บ่อย 2023

ศัพท์แสลง ที่ฝรั่งใช้บ่อย 2023

  1. A real one – เพื่อนแท้, คนที่ดีมากๆ, คนจริง
  • I messed up big time, but my friend stood by me and helped me fix everything. He’s a real one.
  • ฉันทำพลาดครั้งใหญ่เลย แต่เพื่อนฉันก็ยังยืนข้างฉัน และช่วยฉันทุกอย่าง เขาเป็นเพื่อนแท้จริงๆ
  1. Savage – บางคน หรือบางสิ่ง ที่ยอดเยี่ยมมากๆ
  • Her fashion choices are always so bold and unconventional. She’s got a savage sense of style
  • แฟชั่นของเธอโดดเด่นและแหวกแนวเสมอเลย เซ้นส์ในการแต่งตัวของเธอมันยอดมากจริงๆ
  1. Flex – โอ้อวด
  • Stop flexing about your money please.
  • เลิกอวดรวยซะทีเถอะ ขอร้องล่ะ
  1. Sus – น่าสงสัย, มีพิรุธ (ย่อมาจาก Suspicious)
  • I heard some sus rumors about that company’s financial situation
  • ฉันได้ยินข่าวลือน่าสงสัยเกี่ยวกับสถานการณ์การเงินของบริษัทมาด้วยแหละ
  1. Cappin – โกหก
  • No way, you’re cappin if you think you can eat 50 chicken nuggets in one minute!
  • ไม่มีทาง เธอโกหกแน่ๆที่บอกว่าเธอกินนักเก็ตได้ 50 ชิ้นภายในนาทีเดียวน่ะ
2306_05_ORI_01

6 ตัวย่อ สายฝอ เอาไปแชท

6 ตัวย่อ สายฝอ เอาไปแชท

  1. BAE – Before Anyone Else
    มาก่อนใครทั้งหมด (สำคัญที่สุดเลยแหละ)
  2. J4F – Just For Fun
    ก็แค่ขำๆน่า
  3. 99 – Nighty Night
    ฝันดีจ้า
  4. 143 – I Love You
    รักเธอนะ
    (1 แทนคำว่า I ซึ่งมีตัวอักษรเดียว, 4 แทนคำว่า Love ซึ่งมี 4 ตัวอักษร, 3 แทนคำว่า You ซึ่งมี 3 ตัวอักษร)
  5. IMU – I Miss You
    คิดถึงจัง
  6. YOLO – You Only Live Once
    เธอมีแค่ชีวิตเดียวนะ (ใช้ๆไปเถอะ)
2306_04_ORI_01

5 คำแนะนำ ยิ่งคิดได้เร็ว ยิ่งได้เปรียบ

5 คำแนะนำ ยิ่งคิดได้เร็ว ยิ่งได้เปรียบ

  1. They say you only live once. It’s not true. You only die once. You live everyday. And everyday is a new opportunity to become a better version of yourself.
    ที่พวกเขาบอกว่าคุณมีชีวิตแค่ครั้งเดียว มันไม่จริงหรอก ที่จริงคุณตายเพียงครั้งเดียว
    แต่คุณมีชีวิตในทุกๆวัน และในทุกๆวันนั้นก็เป็นโอกาสที่คุณจะได้เป็นคนที่ดีขึ้น
  2. Make good friends, not more friend. Friendship is about quality, not quantity.
    จงหาเพื่อนที่ดี ไม่ใช่หาเพื่อนเพิ่ม มิตรภาพเป็นเรื่องของคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ
  3. Focus on your character more than your looks.
    จงให้ความสนใจในบุคลิก อุปนิสัย มากกว่ารูปลักษ์ภายนอก
  4. If you have to choose between being respected and being liked,
    choose being respected.
    ถ้าคุณต้องเลือกระหว่าง เป็นที่เคารพ กับ เป็นที่ชื่นชอบ จงเลือกอย่างแรก
  5. If you always compare yourself to others, you will never find out who you are.
    ตราบใดที่คุณยังเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่เสมอ คุณจะไม่มีทางได้รู้เลยว่าตัวตนคุณเป็นยังไง