IELTS_GEN_01_IELTS คืออะไร ทำไมต้องสอบ_REV01

IELTS คืออะไร

IELTS คืออะไร

IELTS (The International English Language Testing System) คือ ระบบการทดสอบภาษาอังกฤษที่ได้รับการพัฒนาและออกแบบมาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาจากประเทศออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้วัดทักษะทางด้านภาษาอังกฤษของผู้สอบ ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ทักษะการ ฟัง, พูด, อ่าน และเขียน โดยหลังจากรับการทดสอบ ผู้สอบจะได้รับการประเมินทักษะในระดับคะแนน โดยเริ่มต้นที่ 1 คะแนน และสูงสุดที่ 9 คะแนน

ทำไมถึงต้องสอบ IELTS?

การสอบ IELTS นั้น นอกจากจะเป็นการสอบเพื่อวัดผลทักษะภาษาอังกฤษของผู้สอบแล้ว ประโยชน์ที่แท้จริงของ IELTS คือ การที่ผู้สอบสามารถนำผลสอบที่ได้รับ ไปใช้ในการเรียนต่อ ทำงาน หรือย้ายถิ่นฐาน ไปยังประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

โดยที่ปัจจุบัน มีบริษัทชั้นนำระดับโลก โรงเรียน มหาวิทยาลัย มากกว่า 11,000 แห่งทั่วโลก รวมถึงสถาบันอีกกว่า 3,400 แห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สามารถใช้ผลสอบ IELTS ในการยื่นสมัครเข้าไปได้

IELTS มีการสอบกี่ประเภท? แล้วแต่ละประเภทต่างกันยังไง?

การสอบ IELTS แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ IELTS Academic (AC) และ IELTS General Training (GT) ซึ่งการสอบในแต่ละประเภท จะมีวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ และรายละเอียดในการสอบที่แตกต่างกัน

ในแต่ละปี มีนักเรียนจำนวนมากกว่า 5.3 ล้านคนจากทั่วโลกที่เดินทางออกจากบ้านเกิดเพื่อไปศึกษาต่อในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นการเปิดโอกาสอย่างมหาศาลให้กับตัวเอง โดยการที่จะสมัครเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักนั้น จำเป็นจะต้องมีผลสอบที่ได้จากการทดสอบ IELTS Academic (AC) หรือ IELTS เพื่อการศึกษา ซึ่งผู้สอบสามารถเลือกเข้ารับการทดสอบได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ paper, computer และ online ซึ่งข้อสอบของ IELTS Academic (AC)  จะมีความยากมากกว่าแบบ General Training (GT) โดยที่คำศัพท์หรือเนื้อหาที่จะสอบส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับด้านความรู้และวิชาการ

เป็นที่ยอมรับกันอย่างชัดเจนว่า การได้ทำงานกับบริษัทชั้นนำระดับโลกนั้น จะมอบโอกาส ผลตอบแทนและสวัสดิการที่ดีมากกว่าบริษัทระดับท้องถิ่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเป็นอย่างมาก และการที่จะเข้าทำงานในบริษัทเหล่านี้ได้ ส่วนมากแล้วเกณฑ์การรับสมัครมักจะรับผู้สมัครที่มีผลสอบ IELTS General Training (GT) มากกว่า 6 คะแนนขึ้นไป ซึ่งผู้สอบสามารถเลือกเข้ารับการทดสอบได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ paper และ computer  ซึ่งข้อสอบของ IELTS General Training (GT) จะมีความยากและความซับซ้อน ที่น้อยกว่าแบบ Academic (AC) โดยเนื้อหาที่จะสอบ จะมุ่งเน้นไปที่ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน หรือสถานการณ์ที่สามารถเจอได้โดยทั่วไป

สรุป

IELTS Academic (AC) จะเหมาะสำหรับผู้สอบที่ต้องการผลสอบเพื่อไปสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก หรือบางคณะที่ใช้ภาษาอังกฤษสำหรับการเรียนการสอนเป็นหลักในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ก็ต้องการผลสอบประเภท AC เช่นกัน

IELTS General Training (GT) จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการยื่นสมัครงานในบริษัทชั้นนำต่างๆ ในหลากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักเช่นกัน

ค้นหารายชื่อมหาวิทยาลัย หรือองค์กรชั้นนำในโลกที่ยอมรับผล IELTS ที่นี่

https://www.ielts.org/about-ielts/who-accepts-ielts-scores

IELTS มีการทดสอบกี่วิธี แล้วจะเลือกยังไงดี?

IELTS มีรูปแบบการทดสอบหลักที่แตกต่างกันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สอบ โดยปัจจุบัน IELTS มีรูปแบบการทดสอบ 3 รูปแบบ ได้แก่ paper, computer และ online ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีลักษณะเฉพาะที่ต่างกัน แต่เนื้อหาและเกณฑ์การให้คะแนนจะเหมือนกันในทุกรูปแบบ

IELTS on paper

ข้อสอบ IELTS แบบกระดาษเป็นรูปแบบดั้งเดิมที่ใช้กันมานานหลายปี โดยจะมีกระดาษสำหรับคำถาม และคำตอบให้ เพื่อทำการทดสอบในส่วนของการฟัง อ่าน และเขียน โดยผู้เข้าสอบจะต้องนำอุปกรณ์เครื่องเขียน (ปากกา, ดินสอ, น้ำยาลบคำผิด, ยางลบ) เข้าไปสำหรับทำแบบทดสอบด้วยตนเอง ส่วนการทดสอบ การพูด จะเป็นการทดสอบกับผู้คุมสอบอย่างเป็นทางการ และทั้งหมดจะดำเนินการทดสอบที่ สถานที่สอบอย่างเป็นทางการของ IELTS และผลสอบที่ได้รับจะมาในรูปแบบ กระดาษ

IELTS on computer

ผู้เข้าสอบจะได้ทำการทดสอบในส่วนของการฟัง อ่าน และเขียน บนคอมพิวเตอร์ ส่วนการทดสอบ การพูด จะเป็นการทดสอบกับผู้คุมสอบอย่างเป็นทางการ และทั้งหมดจะดำเนินการทดสอบที่ สถานที่สอบอย่างเป็นทางการของ IELTS และผลสอบที่ได้รับจะมาในรูปแบบ กระดาษ

IELTS online

ผู้เข้าสอบสามารถทำการทดสอบ IELTS จากที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีอินเตอร์เน็ต และอุปกรณ์ที่รองรับระบบ windows หรือ macOS รวมถึงมี กล้อง ไมโครโฟน และลำโพง ที่สามารถใช้งานได้สมบูรณ์ โดยการทดสอบทั้งหมดจะดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ การสอบพูดจะเป็นการพูดคุยออนไลน์กับผู้คุมสอบอย่างเป็นทางการของ IELTS และผลสอบที่ได้รับจะมาในรูปแบบ ดิจิตอลเท่านั้น

*** ผลสอบ IELTS online ยังไม่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกสถาบันหรือหน่วยงาน ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกการทดสอบรูปแบบนี้ ผู้สอบควรจะตรวจสอบกับสถาบันหรือหน่วยงานที่คุณต้องการสมัครให้แน่ใจเสียก่อนว่า สถาบันหรือหน่วยงานนั้น ยอมรับผล IELTS online

รายละเอียดการสอบ IELTS

ข้อสอบ IELTS จะมีการทดสอบทักษะทั้ง 4 ได้แก่ ทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน สำหรับ Academic (AC) และ General Training (GT) การทดสอบด้านการฟัง และการพูด จะเหมือนกัน แต่จะต่างกันที่ทักษะการอ่าน และการเขียน ซึ่งผู้สอบจำเป็นจะต้องเข้าใจในจุดนี้ เพื่อที่จะได้เตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง

IELTS Listening (ข้อสอบด้านการฟัง)

มีเวลาให้ 30 นาทีในการฟังบทสนทนา และ 10 นาทีสำหรับตอบคำถาม โดยจะแบ่งบทสนทนาเป็น 4 ชุด จะมีคำถามชุดละ 10 ข้อ รวมคำถาม 40 ข้อ

บทสนทนาชุดที่ 1 – บทสนทนาของคน 2 คนที่พูดคุยกันเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน

บทสนทนาชุดที่ 2 – บทพูดคนเดียว เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เช่น การพูดถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในละแวกบ้าน

บทสนทนาชุดที่ 3 – บทสนทนาแบบกลุ่มพูดคุยด้านการศึกษาหรือการฝึกอบรม เช่น ติวเตอร์คุยกับกลุ่มนักเรียน

บทสนทนาชุดที่ 4 – บทพูดคนเดียวเชิงวิชาการ เช่น การบรรยายในมหาวิทยาลัย

หมายเหตุ

สำเนียงของบทสนทนาจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสถาบันที่ผู้สอบเลือก โดยที่ หากเลือกสอบกับ British Council สำเนียงในการสอบจะเป็นแบบ British และสำเนียงจะเป็นแบบ Australian เมื่อเลือกสอบกับ IDP

IELTS Reading (ข้อสอบด้านการอ่าน)

มีเวลาให้ 60 นาที คำถาม 40 ข้อ และมีความแตกต่างกันระหว่าง Academic (AC) และ General Training (GT)

Academic (AC)จะเป็นบทความยาว 3 บทความซึ่งมีตั้งแต่เชิงพรรณนาและข้อเท็จจริงไปจนถึงเชิงอภิปรายและเชิงวิเคราะห์โดยจะคัดเลือกมาจากหนังสือวารสารนิตยสารและหนังสือพิมพ์

General Training (GT)ข้อสอบจะแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นเรื่องสั้นประมาณ 2-3 บทความ ส่วนที่สองเป็นเรื่องสั้น 2 บทความ และส่วนสุดท้ายเป็นบทความยาว 1 บทความ โดยบทความหรือข้อความทั้งหมดจะถูกนำมาจากหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ประกาศ โฆษณา คู่มือบริษัท และแนวปฏิบัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่มักจะพบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน

IELTS Writing (ข้อสอบด้านการเขียน)

มีเวลาให้ 60 นาที ในการเขียนบทความ 2 บทความ และมีความแตกต่างกันระหว่าง Academic (AC) และ General Training (GT)

บทความที่ 1

Academic (AC) ผู้สอบจะได้รับข้อมูลในรูปแบบของ กราฟ ตาราง แผนภูมิ หรือแผนภาพ และให้เขียนบรรยาย อธิบายข้อมูล อธิบายขั้นตอนของกระบวนการ หรือสรุปข้อมูล ที่ได้รับด้วยภาษาทางการ โดยจะต้องเขียนไม่ต่ำกว่า 150 คำ ภายในเวลา 20 นาที

General Training (GT)ผู้สอบจะได้รับข้อมูลของสถานการณ์ที่กำหนดให้ และต้องเขียนจดหมายเพื่อขอข้อมูลหรืออธิบายสถานการณ์ ซึ่งสามารถเขียนจดหมายได้ทั้งแบบส่วนตัว กึ่งทางการ หรือเป็นทางการ โดยจะต้องเขียนไม่ต่ำกว่า 150 คำ ภายในเวลา 20 นาที

บทความที่ 2

Academic (AC) ผู้สอบจะต้องเขียนบทความเพื่อเสนอความคิดเห็น มุมมอง ข้อโต้แย้ง ด้วยภาษาทางการ โดยจะต้องเขียนไม่ต่ำกว่า 250 คำ ภายในเวลา 40 นาที

General Training (GT)ผู้สอบจะต้องเขียนบทความเพื่อเสนอความคิดเห็น มุมมอง ข้อโต้แย้ง สามารถใช้ภาษาที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวได้ โดยจะต้องเขียนไม่ต่ำกว่า 250 คำ ภายในเวลา 40 นาที

IELTS Speaking (ข้อสอบด้านการพูด)

ในส่วนนี้จะใช้เวลาประมาณ 11-14 นาที และการสอบในส่วนนี้จะมีความเหมือนกันทั้ง Academic (AC) และ General Training (GT) โดยจะแบ่งการสอบออกเป็น 3 Parts ดังนี้

Part 1 – Introduction and interview

Part นี้จะใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที โดยผู้คุมสอบจะถามคำถามทั่วไปเกี่ยวกับตัวผู้เข้าสอบและหัวข้อที่คุ้นเคย เช่น บ้าน ครอบครัว การทำงาน การเรียน และความสนใจ

Part 2 – Long turn

ผู้เข้าสอบจะได้รับบัตรคำถามจากผู้คุมสอบเกี่ยวกับหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง หลังจากนั้นจะมีเวลาเตรียมตัวพูดในหัวข้อที่ได้รับ 1 นาที และให้พูดบรรยายหัวข้อที่ได้รับ และตอบคำถามจากผู้คุมสอบ Part นี้ใช้เวลาอีก 1-2 นาที

Part 3 – Discussion

ผู้เข้าสอบจะถูกตั้งคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อในส่วนที่ 2 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสอบได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้คุมสอบได้มากขึ้น โดย Part นี้จะใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที

สงครามรัสเซีย-ยูเครน กับศัพท์ที่ควรรู้

เรียนรู้คำศัพท์ กับสงคราม รัสเซีย-ยูเครน

สงครามในยูเครน ผ่านหนึ่งเดือนแรกไปแล้วด้วยความน่าสะพรึงกลัว ทหารพลเรือนบาดเจ็บล้มตายหลายพันคน แต่รัสเซียยังคงติดอยู่ในสงคราม ไม่คาดคิดว่า กองทัพยูเครนจะได้รับอาวุธยุทโธปกรณ์สนับสนุนจากชาติตะวันตกแบบเต็มพิกัด จนสามารถต่อสู้ต้านทานทหารรัสเซียไว้ได้อย่างเหนียวแน่นเกินกว่าที่คาดไว้ 

ตามความเห็นของบรรดาผู้เชี่ยวชาญมองว่าขณะนี้ ปูตินยังไม่เห็นวี่แววชัยชนะในสงครามยูเครน เพราะตกเป็นฝ่ายสูญเสียหนัก โดยจากการประเมินของหน่วยข่าวกรองตะวันตก คาดว่าทหารรัสเซียสิ้นชีพไปแล้วมากมายนับ 20 กองพัน และยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางทหารตามที่วางไว้

เรามาเรียนรู้คำศัพท์ จากสงครามครั้งนี้กันค่ะ

I have made the decision to carry out a special military operation.
ผมได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการปฏิบัติการพิเศษทาง
operation : การปฏิบัติการ

Putin called this a “special military operation.
ปูตินเรียกสิ่งนี้ว่า “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร”
เขาตัดสินใจทุ่มสุดตัว

There was total panic. Hysteria.Tears
มันเป็นสภาวะตื่นตระหนก ที่มีทั้งความบ้าคลั่งและน้ำตา

hysteria : ความกลัวขึ้นสมอง, ความบ้าคลั่ง

We’re, like, in a cellar.”
“เราอยู่ในห้องใต้ดินค่ะ”
cellar : ห้องใต้ดิน

I’m not sure if it’s like deep enough help us to survive.”
“ฉันไม่แน่ใจว่ามันลึกพอที่จะช่วยให้เรารอดหรือเปล่า”
survive : เอาชีวิตรอด

Russian troops and tanks have entered Ukraine on all fronts.
กองทหารและรถถังของรัสเชียเข้าสู่ทุกแนวหน้าของ
ยูเครน
front : แนวหน้า

which has become Putin’s main target.
ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายหลักของปูติน

Many are sheltering in basements and metro stations across Ukraine.
ผู้คนจำนวนมากกำลังหลบภัยอยู่ในห้องใต้ดินและสถานีรถไฟใต้ดินทั่วยูเครน
shelter : หลบภัย
basement : ชั้นใต้ดิน

There have been hundreds of casualties and over half a million Ukrainians have been forced to flee their homes.
มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน และชาวยูเครนกว่าครึ่งล้านคนถูก
บังคับให้หนีออกจากบ้านเกิด
force : บังคับ
flee : หลีกหนี

This is one of Europe’s largest wars since World War II.
นี่เป็นหนึ่งในสงครามที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง

Since then, Europe’s map has been shaped by political alliances.
ตั้งแต่นั้นมา แผนที่ของยุโรปก็ถูกสร้างขึ้น โดยพันธมิตรทางการเมือง
alliance : พันธมิตร

But now, Putin wants to redraw Europe’s map by force.
แต่ตอนนี้ ปูตินต้องการบังคับให้วาดแผนที่ยุโรปใหม่
redraw : ทำให้เปลี่ยนแปลง

Modern Ukraine was entirely created by Russia.
ยูเครนสมัยใหม่ถูกสร้างขึ้นโดยรัสเชียทั้งหมด

Putin has long claimed Ukraine belongs to Russia and they are one people.
ปูตินอ้างมาอย่างยาวนานว่ายูเครนเป็นของรัสเชีย และพวกเขาก็เป็นคน ๆ หนึ่ง
claim : อ้างสิทธิ์

But Ukraine is a sovereign nation with its own language, culture, and political system.
แต่ยูเครนเป็นประเทศอธิปไตยที่มีภาษา วัฒนธรรม และระบบการเมืองเป็นของตนเอง
sovereign : อธิปไตย,

Ukraine was part of the Russian Empire in the 18th and 19th centuries.
ยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเชียในศตวรรษที่ 18 และ 19

Ukraine briefly gained independence from Russian rule,
ยูเครนได้รับเอกราชจากการปกครองของรัสเชียชั่วครู่

but was quickly taken over by the newly created Soviet Union as one of its first republics.
แต่ก็ถูกยึดครองอย่างรวดเร็วโดยสหภาพโซเวียตที่สร้าง
ขึ้นใหม่โดยเป็นหนึ่งในสาธารณรัฐแรก ๆ
take over : ยึดครอง
republic : สาธารณรัฐ

Over the next decade, the Soviet Union brutally expanded its control.
ในทศวรรษหน้า สหภาพโซเวียตขยายอำนาจอโดยปราศจากความปราณี
expand : ขยาย

While the west held its influence over here.
ในทางกลับกัน ฝ่ายตะวันตกได้ใช้อิทธิพลในภูมิภาคนี้

Essentially dividing Europe and marking the beginning of the Cold War.
แบ่งยุโรปออก โดยพื้นฐานและกลายเป็นจุดเริ่มของสงครามเย็น

The Soviet Union installed communist governments on their side which were easy for them to control.
สหภาพ โซเวียตได้จัดตั้งรัฐบาลคอมมิวนิสต์ไว้เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม
communist : คอมมิวนิสต์

But the west developed into democracies with capitalist economies.
แต่ชาติตะวันตกได้พัฒนาเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

The deep ideological divide fueled distrust and tensions between the two sides.
การแบ่งแยกทางอุดมการณ์ที่ลึกซึ้งนี้ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจและความตึงเครียดของทั้งสองฝ่าย
ideological : เกี่ยวกับความนึกคิด
tension : ความตึงเครียด

And soon these spheres hardened into military alliances.
และในไม่ช้าอาณาเขตเหล่านี้ก็กลายเป็นพันธมิตรทางทหาร

In 1949, these countries along, with the US and Canada,
ในปี 1949 ประเทศเหล่านี้ สหรัฐอเมริกาและแคนาดา

and promised to defend each other from invasion.
และสัญญาว่าจะปกป้องกันและกันจากการรุกราน

A few years later, these countries joined the Soviet-led Warsaw Pact alliance.
ไม่กี่ปีต่อมา ประเทศเหล่านี้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในสนธิสัญญาวอร์ซอที่นำโดยโซเวียต

And each side built up its military to protect itself from the other.
และแต่ละฝ่ายต่างก็สร้างกองกำลังป้องกันตนเองจากอีกฝ่าย

Europe remained this way for decades, until one side finally collapsed.
ยุโรปยังคงเป็นแบบนี้มานานหลายทศวรรษ จนในที่สุดฝ่ายหนึ่งก็พังทลายลง
collapse : พังทลาย

By late 1991, republics like Ukraine began declaring independence from Soviet domination.
ในช่วงปลายปี 1991 สาธารณรัฐเช่นยูเครนเริ่มประกาศอิสรภาพจากการปกครองของสหภาพ โซเวียต
independence : อิสรภาพ
declare : ประกาศ

The Soviet Union dissolved into 15 independent countries, including a much weaker Russia.
สหภาพ โซเวียตสลายตัวเป็น 15 ประเทศอิสระ รวมถึง
รัสเซียที่อ่อนแอลงมาก
dissolve : สลายตัว

Even though the Cold War ended, the alliance on the other side of Europe was still going strong.
แม้ว่าสงครามเย็นจะสิ้นสุดลง แต่พันธมิตรในอีกด้านหนึ่งของยุโรปยังคงแข็งแกร่ง

In fact, it was expanding.
อันที่จริงมันกำลังขยายตัว
expand : ขยาย

In 1999, Poland, Hungary, and the Czech Republic joined NATO.
ในปี 1999 โปแลนด์ ฮังการี และสาธารณรัฐเช็กเข้าร่วมกับ NATO

In 2004, seven more countries joined.
ในปี 2004 มีอีก 7 ประเทศเข้าร่วม

That moved NATO into the old Soviet sphere of influence,
นั่นทำให้ NATO เข้ายึดครองขอบเขตอิทธิพลในอดีตของสหภาพโซเวียต

making NATO’s border with Russia the longest it’s ever been.
ทำให้พรมแดนของ NATO กับรัสเชียเป็นพรมแดนที่ยาวที่สุดที่ในประวัติศาสตร์
border: พรมแดน

Belarus, Ukraine, and Georgia were now the last post-Soviet countries left between Russia and NATO.
เบลารุส ยูเครน และจอร์เจียเป็นประเทศหลังโซเวียตสุดท้ายที่เหลืออยู่ระหว่างรัสเชียและ NATO

But Ukraine and Georgia both wanted to join NATO for a long time.
แต่ยูเครนและจอร์เจียต่างก็ต้องการเข้าร่วม NATO มานานแล้ว

And that made them prime targets for Russia.
และนั่นทำให้พวกเขาเป็นเป้าหมายหลักสำหรับรัสเซีย
prime target : เป้าหมายหลัก

Ukraine became a NATO partner in 1994, which brought them a step closer to becoming a member.
ยูเครนกลายเป็นหุ้นส่วนของ NATO ในปี 1994 ซึ่งทำให้พวกเขาเข้าใกล้การเป็นสมาชิกมากขึ้นไปอีกก้าว

Ukraine will be in NATO. This is a historic event for our people.
ยูเครนจะอยู่ใน NATO นี่เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำหรับประชาชนของเรา

But when it came time to sign the deal, Ukraine’s pro-Russian government refused.
แต่เมื่อถึงเวลาต้องลงนามในข้อตกลง รัฐบาลที่สนับสนุนรัสเชียของยูเครนก็ปฏิเสธ
refuse : ปฏิเสธ

Instead, they chose to strengthen ties with Russia.
พวกเขาเลือกที่จะกระชับความสัมพันธ์กับรัสเชียแทน
strengthen : กระชับ, ทำให้แข็งแรง
tie : ความสัมพันธ์

After the decision was announced, hundreds of thousands of protesters took to the streets, to demand the agreement be signed.
หลังจากมีการประกาศการตัดสินใจ ผู้ประท้วงหลายแสนคนพากันออกมาตามท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้มีการลงนามข้อตกลง
announce : ประกาศ
protester : ผู้ประท้วง

After months of peaceful protests, the Ukrainian president cracked down, and killed more than 100 people,
หลังจากการประท้วงอย่างสันติเป็นเวลาหลายเดือน ประธานาธิบดียูเครนได้เริ่มปราบปรามและสังหารผู้คนกว่า 100 คน
crack down : ปราบปราม

This meant Putin was losing political influence over Ukraine.
นี่หมายความว่าปูตินกำลังสูญเสียอิทธิพลทางการเมืองในยูเครน
influence : อิทธิพล

So, he decided to use force instead.
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจใช้กำลังแทน
force : กำลัง

First, he invaded and annexed Ukraine’s Crimean Peninsula.
ประการแรก เขาได้รุกรานและยึดคาบสมุทรไครเมียของยูเครน
invade : รุกราน

For nearly eight years, Putin has held on to these regions, destabilizing Ukraine, and keeping it from moving closer to the west.
ปูตินยังคงยึดครองภูมิภาคเหล่านี้เป็นเวลาเกือบ 8 ปี ทำให้ยูเครนไม่มั่นคง และป้องกันไม่ให้พวกเขาเคลื่อนตัวไปทางตะวัน
ตก
destabilize : ทำให้ไม่มั่นคง

Satellite images showed at least 100,000 Russian troops and military equipment piling up along the border of Ukraine.
ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงกองกำลังรัสเชียอย่างน้อย 100,000 นายและยุทโธปกรณ์ทางทหารที่ประจำการตามแนวชายแดนยูเครน
satellite : ดาวเทียม
troop : กองกำลัง

❤️ สนใจลงคอร์สที่ถูกและคุ้มที่สุดในประเทศแบบนี้ แอดไลน์ @gimme_eng

ดูรีวิวเพิ่มเติม https://instagram.com/gimme_eng?utm_medium=copy_link

5 เว็บไซต์ ติวสอบ IELTS ด้วยตนเองฟรี 

5 เว็บไซต์ ติวสอบ IELES ด้วยตัวเองฟรี

สำหรับใครที่กำลังเตรียม สอบ IELTS และกำลังมองหาสื่อการเรียนรู้ออนไลน์เพื่อเรียนรู้หรือฝึกทำข้อสอบ วันนี้ gimme eng ขอแนะนำ 5 เว็บไซต์มีประโยชน์ให้น้องๆ ได้เรียน IELTS และฝึกด้วยตนเองง่ายๆจากที่บ้าน สื่อการสอนออนไลน์เหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ ทำความคุ้นเคยกับรูปแบบการทดสอบ, ตรวจสอบคำตอบของคุณและเปรียบเทียบกับคำตอบจำลอง, เรียนรู้คำศัพท์ ไวยากรณ์ พร้อมเทคนิคการทำข้อสอบต่างๆ

ไปปักหมุดแล้วฝึกกันเลยดีกว่า!

1. IELTS for Free

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าสามารถเรียน IELTS กันได้ฟรีๆบนเว็บไซต์นี้ คุณสามารถเรียนรู้ได้ทุกทักษะในการสอบ ได้แก่ Listening, Speaking, Reading และ Writing เว็บไซต์นี้มีแบบทดสอบฝึกฝน IELTS หลากหลายหัวข้อที่ให้คุณได้เรียนรู้คำศัพท์และไวยากรณ์ พร้อมทั้งเทคนิคการสอบอีกมากมาย

Link: https://www.englishpracticeonline.com/ielts/

2. IELTS Exam

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเตรียมสอบ IELTS และต้องการทำแบบทดสอบเพื่อวัดระดับคะแนนปัจจุบันของคุณก่อนจะเตรียมตัวและไปสอบจริง เว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับคุณ IELTS Exam มีแบบฝึกหัดทดสอบวัดระดับ IELTS มากมาย คุณสามารถดาวน์โหลดแบบทดสอบออกมาเป็นไฟล์ PDF และนำมาฝึกฝนได้อีกด้วย
Link: https://www.ielts-exam.net/

3. IELTS Simon

เว็บไซต์ชื่อดังเกี่ยวกับการสอบ IELTS ของอดีตผู้สอบ IELTS – Mr.Simon ในเว็บไซต์นี้คุณจะได้เรียนรู้ทักษะทั้ง 4 ทักษะ โดย IELTS Simon แนะนำเทคนิคการสอบ พร้อมตัวอย่างมากมาย เช่น ตัวอย่างการเขียน วลีที่เป็นประโยชน์ในการเขียน เทคนิคการเขียนคำลงท้ายจดหมายเป็นต้น
Link: https://ielts-simon.com/ielts-help-a…/ielts-general-writing/

4. Free IELTS Practice Tests by British Council

เตรียมสอบ IELTS ด้วยแบบทดสอบและตัวอย่างคำตอบฟรีทุกทักษะ คุณสามารถใช้แบบทดสอบเหล่านี้เพื่อฝึกซ้อมตามกำหนดเวลาและพัฒนาเทคนิคการสอบ
Link: https://takeielts.britishcouncil.org/take-ielts/prepare/free-ielts-practice-tests

5. IELTS.Org

เว็บไซต์นี้มีแบบทดสอบ IELTS 2 ประเภทให้เลือก คือ IELTS Acedemic หรือ IELTS General Training
Link: https://www.ielts.org/about-the-test/sample-test-questions


ลองไปเรียนรู้และฝึกฝนกับ 5 เว็บไซต์นี้ เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ ให้ดีขึ้นแบบรวดเร็วกันนะคะ

และสำหรับใครอยากได้เทคนิคลัด เพื่อพิชิตข้อสอง IELTS ในระยะเวลาอันสั้น ปรึกษา Gimme eng

อยากเก่งภาษาไม่มีพื้นฐาน ปรึกษา Gimme Eng

รีวิวน้องๆ ที่เรียนภาษากับ Gimme Eng